เค้าเงื่อนใหม่สำหรับในการทายจุดเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดของบึง

การเล่าเรียนซึ่งประเมินผู้กระทำระจายตัวของพื้นที่ชุ่มน้ำแล้วก็ความยืดหยุ่นในปากแม่น้ำนับร้อยในอเมริกาพบว่าคือเรื่องของระดับ

“ 
ในระดับท้องถิ่นการคงอยู่หรือหายของหนองน้ำริมฝั่งนั้นเชื่อมโยงกับการตอบกลับอย่างสม่ำเสมอระหว่างสองเหตุการกัดเซาะซึ่งกินไปที่ขอบสระรวมทั้งพันธุ์พืชที่ทำให้พวกมันเสถียร” แอนทุ่งนาอีบราเวลล์ปริญญาเอกของ Duke กล่าว Nicholas School of the Environment ผู้ทำการวิจัยเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ของคุณในปี 2560 “แม้กระนั้นในระดับพื้นที่กว้างกว่านั้นตัวขับเคลื่อนหลักอื่นๆก็โผล่ออกมาเช่นกัน

เพราะว่านักวิจัยได้คิดถึงสภาพแวดล้อมของรอบๆปากแม่น้ำเยอะขึ้นความลึกขนาดรูปร่างแล้วก็ละติจูดของบริเวณปากแม่น้ำกลายเป็นตัวคาดการณ์ที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยสำหรับในการระบุขอบเขตของพื้นที่เปียกแฉะน้ำซึ่งสามารถรองรับได้ Braswell กล่าว รูปร่างและทิศทางของริมฝั่งใกล้เคียงและความลึกของน้ำใกล้ริมฝั่งก็มีความจำเป็นเช่นกัน

และก็จำนวนของขี้ตะกอนที่เพิ่มเข้าไปในปากแม่น้ำหรือแม่น้ำที่ไหลเข้ามาก็กลายเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของความยืดหยุ่นของหนองที่จะเปลี่ยนแปลง

ลักษณะของชายฝั่งทะเลแล้วก็แถบที่ลุ่มขนาดใหญ่กลุ่มนี้เน้นหรือ จำกัด ผลพวงที่มีเสถียรภาพของการตอบกลับท้องถิ่น” เธอกล่าว “ แต่ว่าพวกเขาไม่ได้เห็นจริงกระทั่งเราจะย้อนกลับไปสองสามก้าวและดูบริเวณปากแม่น้ำจากมุมมองเชิงพื้นที่ที่กว้างขึ้น

สิ่งนี้บอกเราว่าสระเกลือทุกหย่อมหญ้าอาจมีจุดเปลี่ยนแปลง” James B. Heffernan คนเขียนร่วมผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยานิเวศวิทยาแล้วก็นิเวศน์วิทยาวิทยาของโรงเรียนนิโคลัสกล่าว

การทราบว่าอะไรเป็นต้นเหตุให้คะแนนการให้ทิปเหล่านี้นานับประการในแต่ละสถานที่เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับเพื่อการระบุว่าพวกเราควรคาดหมายว่าหนองจะเสี่ยงต่อความเคลื่อนไหวในอนาคตโดยเฉพาะหรือเปล่า” “มันยังเป็นกรอบสำหรับการทำความเข้าใจว่าการฟื้นฟูพื้นที่เปียกแฉะน้ำได้โอกาสหรือเปล่าคงจะบรรลุเป้าหมาย

บ่อน้ำเกลือริมตลิ่งให้รายนามบริการระบบนิเวศที่มีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์เยอะแยะรวมทั้งการปกป้องริมตลิ่งการกรองมลภาวะการปกป้องน้ำท่วมการประมงและก็การกักเก็บคาร์บอน

Braswell 
แล้วก็ Heffernan ตีพิมพ์ผลของการสำรวจโดยสหายของพวกเขาในวันที่ 31 ม.ค.ในระบบนิเวศของนิตยสาร

ด้วยการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีอยู่พวกเขากระทำพินิจพิจารณาบริเวณปากแม่น้ำหลายร้อยแห่งบนริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของอเมริกาและก็ริมฝั่งอ่าวจากเมนไปยังเม็กซิโกเพื่อระบุสัดส่วนของแต่ละรอบๆปากแม่น้ำที่ถูกถือครองโดยพื้นที่เปียกแฉะน้ำและระบุสาเหตุที่ควบคุมขอบเขตการแพร่กระจายของพื้นที่เปียกน้ำ เปลี่ยนแปลง

แต่ละไซต์ถูกพินิจพิจารณาใน ระดับทางภูมิศาสตร์ที่ต่างกันตั้งแต่การวิเคราะห์มหภาคที่ครอบคลุมทั้งยังปากอ่าวและชายฝั่งทะเลแล้วก็ต้นกำเนิดที่อยู่ชิดกันไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงลึกที่มีศูนย์ในสิ่งที่เกิดขึ้นในแควเล็ก

“ 
การรวมข้อมูลจากเครื่องชั่งที่ต่างกันห้าเครื่องทำให้พวกเราสามารถเห็นต้นแบบและการเชื่อมต่อที่เราจะพลาดได้” Braswell ซึ่งในเวลานี้ดำเนินงานเป็นนักวิทยาศาสตร์การศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยใน Earth Lab ของมหาวิทยาลัยโคโลราโดที่ Boulder กล่าว ข้อมูลนี้จะมีความหมายต่อการรักษาและก็ฟื้นฟูในอนาคต

Braswell 
รวมทั้ง Heffernan ใช้ข้อมูลที่ได้มาจาก National Wetlands Inventory และก็แหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆที่สามารถเข้าถึงได้เพื่อกระทำการพินิจพิจารณา ตาชั่งเชิงพื้นที่อีกทั้งห้าที่พวกเขาใช้ – ย่อยย่อยลุ่มน้ำย่อยเขตที่ลุ่มและลุ่มน้ำย่อย – ตรงกับมาตรฐานของอเมริกาสำรวจทางธรณีวิทยาหน่วยทางอุทกวิทยา